คู่มือการใช้งาน Google Analytics 4 (GA4) ฉบับย่อและเข้าใจง่าย

หน้าปกคู่มือการใช้งาน Google Analytics 4
บทความที่จะพาคุณทำความรู้จักกับเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Google Analytics 4 (GA4) ที่สร้างโดย Google ว่าทำไมคนที่มีเว็บไซต์จึงควรใช้ในการทำการตลาด
เลือกหัวข้ออ่าน

1. ภาพรวมของ Google Analytics 4

ในการทำ SEO หรือการตลาดออนไลน์ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับเว็บไซต์นั้น เจ้าของกิจการต่าง ๆ ควรทราบว่าทาง Google มีเครื่องมือที่ปล่อยให้ใช้ฟรี ๆ โดยไม่ต้องเสียเงินซึ่งเครื่องมืออันทรงพลังนี้มีชื่อว่า Google Analytics 4  หรือเรียกกันสั้น ๆ ว่า GA4 การรู้จักกับเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณเป็นต่อในเรื่องธุรกิจเหนือคู่แข่งของคุณครับ

1.1 Google Analytics คืออะไร?

Google Analytics 4 คือเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลเชิงสถิติ ที่สามารถประมวลผล และรายงานผลออกมาให้ผู้ใช้ได้อย่างดีเยี่ยมและครบถ้วน เครื่องมือนี้เป็นอุปกรณ์ที่ Google เปิดให้ใช้ได้ฟรี ทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้บนหน้าเว็บไซต์ว่ามีลักษณะแบบใด หลังจากนั้นคุณจึงได้นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดได้

1.2 จุดเด่นของ Google Analytics 4?

2. การตั้งค่า Google Analytics 4 (GA4)

ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำความเข้าใจกับ Google Analytics 4 หรือ GA4 นั้น ผมขอพูดถึงเรื่องการตั้งค่าเครื่องมืออันทรงพลังนี้ก่อน เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลและ Data มาให้คุณได้นำไปใช้อ่าน วิเคราะห์ และสังเคราะห์เพื่อนำไปปรับใช้ในกลยุทธ์การตลาดของคุณครับ

2.1 เริ่มสร้าง Account และ Property พร้อมเชื่อม Data Streams

เข้าเว็บไซต์ของ Google Analytics 4 ได้ที่นี่ หลังจากนั้นให้คลิกไอค่อนรูปเฟืองด้านล่าง (Admin) แล้วเลือก Create ตามในภาพด้านล่าง

การใช้งานเครื่องมือ Google Analytics 4

หลังจากนั้นให้ใส่ชื่อ Account Details ตามต้องการ (รูปด้านล่าง)

การเซ็ทอัพ Google Analytics 4

กรอกข้อมูลเพิ่มเติมในขั้นตอนถัดมา (รูปด้านล่าง)

ขั้นตอนการตั้งค่า Google Analytics 4

เลือกประเภทของ Business Details มาประเภทนึงแล้วเลือกจำนวนพนักงาน หรือคนทำงานให้องค์กร (รูปด้านล่าง)

ขั้นตอนการตั้งค่า GA4

เลือกฟังก์ชั่น Reports เพื่อใช้งานต่าง ๆ บน Google Analytics 4 ตามรูปภาพ

ขั้นตอนการตั้งค่า GA4

ขั้นตอนต่อมาให้เลือก Web

ขั้นตอนการตั้งค่า GA4 เกือบขั้นตอนสุดท้าย

หลังจากนั้นให้ใส่เว็บไซต์ฉบับเต็มลงในช่องว่าง

การเซ็ทอัพ Google Analytics 4 เข้ากับ Website

แล้วหน้านี้จะปรากฏขึ้นมา (รูปด้านล่าง)

การตั้งค่า Google Analytics 4

หลังจากนั้นให้คุณสร้าง Property ขึ้นมาด้วยการคลิกที่ Create และคลิก Property (รูปด้างล่าง) และให้ทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ จนเสร็จสิ้นก็เป็นอันว่าการเซ็ทอัพ Account และ Property ของ GA4 เสร็จเรียบร้อย

การตั้งค่า Google Analytics 4

อย่างไรก็ตามนี่เป็นแค่ขั้นตอนเบื้องต้นในการตั้งค่า Account และ Property ของ GA4 ยังไม่รวมไปถึงการตั้งค่าให้มีการส่งข้อมูลจากเว็บไซต์มาที่ Google Analytics 4 (Data Streaming)ในส่วนนี้ถ้าใช้ WordPress สร้างเว็บไซต์ขั้นตอนการติดตั้งจะไม่มีอะไรยุ่งยากอะไรเลยครับ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนที่ GA4 แนะนำ (ตามรูปด้านล่าง 3 รูป)

การตั้งค่า Google Analytics 4 ในส่วนของ Data Streaming
การตั้งค่า Google Analytics 4 ในส่วนของ Data Streaming
การตั้งค่า Google Analytics 4 ในส่วนของ Data Streaming

2.2 กลไกการทำงานของ Google Analytics 4 (GA4)

ในส่วนต่อมาก่อนที่เราจะขึ้นหัวข้อใหม่กันนั้นผมอยากอธิบายถึงความสัมพันธ์ของสิ่งที่เราพึ่งสร้างกันไปนั้นซึ่งคือ Account และ Property แต่จะมีอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามามีบทบาทด้วยซึ่งนั่นคือ Data Streams

Account: คือบัญชีที่คอยเก็บข้อมูลเชิงลึกหรือ Data ต่าง ๆ เปรียบเสมือนตู้เก็บเอกสารขนาดใหญ่

Property: คือที่ที่ข้อมูลทั้งหมดบนเว็บไซต์ของคุณถูกรวบรวมและประมวลผลไว้อยู่เสมือนซองเก็บเอกสาร ความแตกต่างของ Account และ Property นั้นสามารถอธิบายได้ตามตัวอย่างนี้

Data Stream: คือเส้นทางลำเลียงข้อมูลต่าง ๆ มาที่ Property ใด Property หนึ่ง

3. เครื่องมือ GA4 พื้นฐานที่ควรรู้จัก

ในส่วนของการใช้ Google Analytics 4 นั้น เราควรทำความคุ้นเคยเป็นอย่างน้อย 2 ส่วนคือ Home และ Reports

👉🏼 เมนู Home จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วนดังนี้

  1. Overall Home Widget: แสดงค่า metrics ต่าง ๆ เช่น Active Users, Event Count, New Users
  2. Realtime in the last 30 minutes: แสดงผลข้อมูลในช่วง30 นาทีที่ผ่านมาในรูปแบบของ Bar Chart
  3. Recently Accessed: สำหรับข้อมูลต่าง ๆ ที่เราพึ่งได้เปิดดูเมื่อเร็ว ๆ นี้
  4. Suggested for you: ตัว Widget  ที่บอกถึงแหล่งที่มาของ Traffic หรือ พฤติกรรมที่ Users มีบนหน้าเว็บไซต์
เมนู Home ใน Google Analytics 4

👉🏼 ที่ Reports สามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนย่อยได้ตามนี้

  1. Acquisition คือ: เมนูที่บอกว่าผู้ใช้เว็บไซต์ (Users) ของเรามาจากแหล่งใดบ้าง มีต้นน้ำ มาอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Direct, Organic Search, Organic Social, หรือ Referral
  2. Engagement คือ: เมนูที่บอกถึงพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์ว่ามีการใช้เว็บไซต์ของเราในลักษณะแบบใดบ้าง เช่น เข้าไปดูหน้าสินค้า-บริการ เป็นจำนวนสูงสุด ในข้อมูลเหล่านี้เราสามารถเลือกค่า Dimension & Metrics ดูได้ เช่น เราสนใจที่จะดูค่า Bounce Rate ของผู้เข้าใช้ หรือต้องการดูค่า Event หรือ Key Event ก็สามารถปรับเปลี่ยนในตัว Report ได้
  3. Monetization คือ: การเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่วัดผลเป็นตัวเงินได้โดยตรงที่สามารถตอบคำถามว่า สินค้า-บริการไหนขายดีที่สุด ผู้ใช้ใช้เวลานานเท่าไหร่จนกว่าจะตัดสินในซื้อสินค้า-บริการ
  4. Retention คือ: รายงานที่ใช้วัดความสามารถของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันในการรักษาลูกค้าประจำให้กลับมาใช้บริการในช่วงเวลาต่าง ๆ พูดง่าย ๆ คือ มันบอกว่า “ผู้ใช้กลับมาหาเราบ่อยแค่ไหน” หลังจากที่เข้ามาใช้งานครั้งแรก

ในส่วนของหน้า Reports นั้นจะมีการแสดงผลของ Widget หลาย ๆ แบบซึ่ง GA4 นำข้อมูลที่หลากหลายมานำเสนอ แต่ส่วนที่ผมอยากให้ผู้อ่านทุกคนโฟกัสนั้นคือในส่วนของ "Life Cycle" เพราะเป็นส่วนที่ทำให้เราเห็นกลไกการทำงานของ Data บน Google Analytics 4 แบบ Marketing & Sales Funnel ได้อย่างชัดเจน

ธีรภาพ (อาร์ท)
Marketing and Sales Funnel graphic

4. การอ่านข้อมูล (Data) ที่เป็น Event-Based บน GA4

Google Analytics 4 เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็น Event-Based ซึ่งหมายความว่าทุก ๆ การเคลื่อนไหว (User Interaction)  ของผู้ใช้บนเว็บไซต์จะถูกจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบ Event ซึ่งต่างจาก Universal Analytics (เครื่องมือของ Google ในเวอร์ชั่นก่อน) ที่จัดเก็บข้อมูลเป็น Session ครับ

Event คือ :  “ทุก ๆ การกระทำที่ผู้ใช้ปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์” เช่น

  • การเปิดหน้าเว็บ คือ Event ชื่อ page_view
  • การเลื่อนหน้าจอลงมา 90% คือ Event ชื่อ scroll
  • การคลิกปุ่ม คือ Event ชื่อ click
  • การกดโทรศัพท์ คือ Event ชื่อ phone_call

ใน GA4 จะจัดหมวดหมู่ของ Event ออกเป็นทั้งหมด 4 ประเภทใหญ่ดังนี้

  • Automatically collected events 

คือกลุ่ม Event พื้นฐานที่สุดที่ GA4 จะเก็บใน GA4 Event กลุ่มนี้จะถูกจัดเก็บให้โดยอัติโนมัติหลังจากที่ติดตั้ง Google Analytics 4 เสร็จเรียบร้อย

  • Enhanced measurement events 

คือกลุ่ม Event ที่วัดการกระทำทั่วไปของผู้ใช้บน “เว็บไซต์” ซึ่ง GA4 สามารถเก็บให้คุณได้โดยอัตโนมัติเช่นกัน แต่คุณ สามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้งานได้ ในการตั้งค่า Data Stream

  • Recommended events

คือกลุ่ม Event ที่ Google แนะนำให้ใช้ โดยได้จัดหมวดหมู่ตามประเภทของธุรกิจ เช่น E-commerce, Travel, Games Event เหล่านี้ไม่ได้ถูกจัดเก็บให้แต่แแรกเริ่ม แต่คุณต้องเป็นคนเขียนโค้ดเพื่อส่งข้อมูล Event เหล่านี้เอง การทำงาน: คุณต้องติดตั้งโค้ดเอง แต่ควรใช้ชื่อและโครงสร้างตามที่ Google แนะนำ

  • Custom events

คือ Events กลุ่มสุดท้ายและพิเศษมากที่สุด Custom Events คือการใส่ Event ที่ไม่เข้าข่ายอยู่ในทั้ง 3 ประเภทและจะมีลักษณะพิเศษเพราะเราสามารถปรับแต่งการติดตาม Event ในรูปแบบใดก็ได้

4.1 Custom Event คืออะไรและสำคัญอย่างไร?

ในหลาย ๆ ครั้งเราต้องการดู Event ที่เฉพาะเจาะจงมากกว่า Event ที่ทาง Google มีให้ เช่น เราต้องการวัดผลจำนวนครั้งที่คนกดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อโทรออกบนหน้าเว็บไซต์ของเรา หรืออาจต้องการนับจำนวนครั้งที่คนกดแอดไลน์เราบนหน้าเว็บไซต์ว่าเกิดขึ้นไปกี่ครั้งแล้ว ความต้องการในการวัดผลเหล่านี้สามารถทำได้โดยการเพิ่ม Custom Event เข้าไปที่ Google Analytics 4 วิธีการในการเพิ่ม Custom Event นั้นก็มีหลากหลายวิธี แต่สำหรับผมแล้วผมคุ้นเคยกับการใช้ Google Tag Manager เพื่อสร้าง Tag และเพิ่ม Event นั้นเข้ามาที่ GA4 สำหรับคนที่อยากทราบรายละเอียดการสร้าง Custom Event เพื่อนับจำนวนคนแอดไลน์บนเว็บไซต์แล้วให้เก็บข้อมูลเป็น Event บนเว็บไซต์ สามารถเข้าไปอ่านบทความที่ผมเคยเขียนไว้ได้ที่นี่ครับ

คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ GA4 (FAQ)

Google Tag Manager คืออะไร? ทำไมสำคัญต่อ GA4

Google Tag Manager เป็นเครื่องมือที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็น Life Saver ของคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด (Coding) เลยเพราะเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ใช้เชื่อมต่อเว็บไซต์ของเราเข้ากับเครื่องมืออื่น ๆ หรือจุดสำคัญเชิงเทคนิคครับ ถ้าไม่มี Google Tag Manager เราก็จะไม่มีทางปรับเปลี่ยนเว็บไซต์ของเราได้เพราะขาดตัวเชื่อมต่อเราเข้ากับเว็บไซต์ในเชิงเทคนิคครับ

Custom Event ติดตั้งยากหรือเปล่า?

ไม่เลยครับ ส่วนตัวที่ลองใช้เครื่องมือมาจะมีบ้างที่ว่ายากคือตอนที่ครั้งแรกเราจะติดตั้ง Tag เข้าที่เว็บไซต์ของเราแต่หลังจากที่ทำครั้งแรกได้แล้ว ครั้งต่อ ๆ มาก็ไม่ยากแล้วครับ อีกอย่างเราไม่ต้องเขียนโค้ดลงไปที่เว็บไซต์เลยครับ ฉะนั้นหากเรามีเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเอง หรืออยู่ในการควบคุมของเราการติดตั้ง Custom Event เองจะเป็นผลดีกับเราในเรื่องที่เราไม่ต้องพึ่งพาโปรแกรมเมอร์ตลอดเวลาครับ

เราสามารถใช้ Google Analytics 4 เพื่อทำการตลาดได้มากน้อยขนาดไหน?

คำถามนี้ต้องถามผู้ตั้งคำถามเองครับเพราะว่า การนำไปประยุกต์ในเรื่องของการตลาดมากหรือน้อยขนาดไหนนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญในการใช้เครื่องมือ และรู้ว่าเครื่องมือสามารถใช้อย่างไรได้บ้าง อย่างไรก็ตาม Google Analytics 4 เป็นเครื่องมือที่มีความซับซ้อนมากพอสมควรฉะนั้นการเรียนรู้การใช้เครื่องมืออาจจะกินเวลาสักระยะนึงครับ

บทสรุป

สุดท้ายนี้ผมหวังว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์กับนักการตลาดออนไลน์ที่กำลังศึกษาเรื่องการใช้เครื่องมือ Google Analytics 4 อยู่นะครับ ผมเองก็ยังใช้งานได้ไม่ชำนาญการขนาดนั้นมากนักแต่ก็มีประสบการณ์ระดับนึงที่พร้อมจะเผยแพร่ต่อผู้อื่นครับ GA4 มีความซับซ้อนและความเข้าใจยากในระดับนึงพอถึงจุด ๆ นึง และอีกอย่างยังมีเรื่องเชิงเทคนิคที่แฝงเข้ามาทำให้เราต้องคอยหมั่นศึกษา หาความรู้ครับ 

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความนี้
เลือกหัวข้ออ่าน
ค้นหาความรู้อื่น
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

Picture of ธีรภาพ (อาร์ท)
ธีรภาพ (อาร์ท)

ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SEO และการตลาดออนไลน์ด้าน Social Media Marketing, Content Marketing, และ PPC ผมมีประสบการณ์ในการทำงานทางด้าน Digital Marketing เกือบ 5 ปี เป็นตัวแทนเครื่องมือ SEO ยอดนิยมระดับโลกอย่าง Semrush (เรียกว่า Semrush Ambassador) และยังมีใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ จาก Google และ Semrush อีกด้วย

สนใจบริการ MYSEO ติดต่อผม ได้เลย
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

บทความอื่น ๆ
EEAT คืออะไรสำคัญอย่างไรกับการทำ SEO
E-E-A-T คืออะไร? หลักการทำ SEO ที่ทำให้ผู้ใช้ชอบและโดนใจ Google

E-E-A-T คืออะไร? ในบทความนี้ผมจะอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของหลักการ E-E-A-T ในการทำ SEO เพื่อเป็นการหวังผลในระยะยาวของการสร้าง Content

อ่านเพิ่มเติม