6 วิธีการทำการตลาดฉบับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการมือใหม่

ผู้ประกอบการ SME ที่เป็นช่างไม้
หากคุณเป็นนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการ SME ที่ทำธุรกิจอยู่แล้วหรือพึ่งเริ่มทำแต่ไม่รู้วิธีการทำการตลาด บทความจาก MYSEO Project ​นี้จะทำให้คุณเข้าใจการทำการตลาดมากขึ้น

การดำเนินกิจการนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคนเสมอไป นักธุรกิจหรือผู้ประกอบการ SME หลาย ๆ คนแม้ว่าจะดำเนินการกิจการมาได้สักระยะนึงแล้วก็อาจมีบางช่วงหรือบางเวลาที่ยอดขายไม่ดี ต่ำลงจากที่ควรจะเป็น ในหลาย ๆ ครั้งเกิดจากปัจจัยภายนอกและหลาย ๆ ครั้งอาจเกิดจาก “ปัจจัยภายใน” กล่าวคือเกิดจากความไม่รู้ว่าการทำการตลาดที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร เจ้าของกิจการบางคนคิดว่าการตลาดก็คือแค่การ “ยิงแอด” เลยใส่เม็ดเงินในการโฆษณาต่าง ๆ ในหลาย ๆ ช่องทางที่เขาคิดว่าต้องทำ แต่แท้จริงแล้วการทำการตลาดคุณควรเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ธุรกิจและลูกค้าของตัวเอง เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน จากนั้นจึงค่อยเลือกช่องทางที่เหมาะสม ในบทความนี้ผมจะพาคุณทำความเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจในมุมมองของนักการตลาดอย่างผมครับ

เลือกหัวข้ออ่าน

1. ทำความเข้าใจธุรกิจและกลุ่ม "ลูกค้า" ก่อนเป็นอันดับแรก

หลายครั้งที่นักธุรกิจมือใหม่มักให้ความสำคัญกับเครื่องมือ Digital Marketing ต่าง ๆ ก่อนที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือ “กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย” ของเรา สิ่งแรกที่ควรทำคือการวิเคราะห์และหาคำตอบให้ชัดเจนว่า ลูกค้าของเราคือใคร มีพฤติกรรมและความสนใจอย่างไร พวกเขามีปัญหาอะไรที่ธุรกิจของเราสามารถเข้าไปตอบโจทย์ได้ และโดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาใช้เวลาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ใดเป็นหลัก การเริ่มต้นด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้งนี้ จะทำให้งบประมาณด้านการตลาดทุกบาทถูกใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดผลลัพธ์สูงสุด

2. เลือกช่องทางการตลาดที่ใช่

คำว่า “ช่องทางการตลาดที่ใช่” ในบริบทนี้ คือแพลตฟอร์มหรือพื้นที่ ๆ กลุ่มลูกค้าของคุณมักกจะใช้เวลาอยู่ การตลาดออนไลน์ไม่จำเป็นต้องมีทุกช่องทางในระยะเริ่มต้น แต่ควรมี “ช่องทางหลัก” อย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ลูกค้าสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย สิ่งสำคัญคือช่องทางนั้นต้องมีข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน เช่น รายละเอียดสินค้าหรือบริการ, ราคา, ช่องทางการติดต่อ และรีวิวจากลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในแบรนด์ของคุณ

พอคุณรู้และเข้าใจ “ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย” และ “ช่องทางที่ใช่” แล้ว เราถึงค่อยเริ่มการทำการตลาดในช่องทางนั้น ๆ ซึ่งสามารถแยกออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ได้คือ:

2.1 การตลาดออฟไลน์ (Offline Marketing)

2.1 การตลาดออนไลน์ (Online Marketing)

การเลือกโลเคชั่นที่ดีสำหรับร้านกาแฟ

3. สร้าง Content ผ่านสื่อ Social Media และสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการตลาดออนไลน์ก็คือ “Content” หรือเนื้อหาที่คุณนำเสนอออกไป ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ, วิดีโอ หรือบทความให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Facebook, Instagram, และ TikTok แนวทางที่แนะนำคือการสร้างสรรค์ Content ที่มอบคุณค่าและ “ประโยชน์” ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แทนที่จะมุ่งเน้นการขายเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น หากคุณทำธุรกิจปล่อยเช่ารถ คุณอาจสร้าง Content ให้ความรู้เกี่ยวกับความแตกต่างของรถแต่ละประเภท หรือการให้ความรู้เกี่ยวการดูแลรถยนต์ของลูกค้าเอง Content ที่มีคุณภาพจะช่วยสร้างความไว้วางใจ และทำให้แบรนด์ของคุณเป็นตัวเลือกแรกที่ลูกค้านึกถึง

4. สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของคุณ ให้แข็งแกร่งอย่างน้อย 1 ช่องทาง

การที่คุณสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์นั้นไม่ได้หมายความว่าคุณจำเป็นต้องสร้างตัวตนในทุก ๆ ช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, TikTok, YouTube, หรือ Instagram แต่ควรมี “ช่องทางหลัก” อย่างน้อยหนึ่งแห่งที่ลูกค้าสามารถค้นหาและเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย คุณอาจมีเว็บไซต์และทำ SEO จนเว็บไซต์ติดอันดับแรก ๆ และกลายเป็นช่องทางที่มีฐานลูกค้าเยอะนี่อาจเป็นช่องทางหลักของคุณ อย่าลืมสิ่งสำคัญคือช่องทางนั้นต้องมีข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วน เช่น รายละเอียดสินค้าหรือบริการ, ราคา, ช่องทางการติดต่อ และรีวิวจากลูกค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในแบรนด์ของคุณ

5. คิดโปรโมชั่นที่มีส่วนลดหรือของแถม

การจัดโปรโมชั่นเป็นวิธีที่จะชวนให้ลูกค้าใหม่ ๆ ลองมาใช้สินค้าหรือบริการของเรา แต่ต้องจำไว้นะครับว่าการลดราคาควรจะช่วยดึงดูดความสนใจ ไม่ใช่ทำให้สินค้าของเราดูเหมือนไม่มีมูลค่า เพราะฉะนั้น การจัดโปรโมชั่นควรมีขอบเขตที่พอดี วิธีในการจัดโปโมชั่น เช่น:

6. ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญของการตลาดออนไลน์คือความสามารถในการวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม คุณสามารถตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเบื้องต้นได้จากแพลตฟอร์มที่ใช้งาน เช่น จำนวนการมองเห็น, การมีส่วนร่วม หรือจำนวนผู้ที่ทักเข้ามาสอบถาม ควรมีการตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินว่ากลยุทธ์ที่ใช้อยู่มีประสิทธิภาพเพียงใด และนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงแผนการตลาดในลำดับถัดไป ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานด้านการตลาดของธุรกิจมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)

ไม่มีประสบการณ์การทำธุรกิจเลยจะสามารถเปิดร้านเป็นของตัวเองได้ไหม?

ได้ครับ นักธุรกิจหลาย ๆ ท่านที่ประสบความสำเร็จก็มาจากที่เขาไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมนั้น ๆ ในตอนแรก แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับการเป็นนักธุรกิจคือต้องกล้าเสี่ยงและกล้าลงทุนครับ การเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองไม่เหมือนการเป็นลูกจ้าง เพราะเขาคนนั้นต้องรับผิดชอบ “ทุก ๆ อย่าง” ของธุรกิจเขา เพียงแต่คุณต้องใฝ่หาความรู้และเก็บเกี่ยวทักษะจากนักธุรกิจในแวดวงเดียวกัน ดูว่าเขาประสบความสำเร็จได้เพราะอะไร และจุดไหนที่เขาพลาดแล้วคุณนำความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียนครับ สรุปคือ “ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์มาก่อน” ครับ

อยากทำธุรกิจส่วนตัวแต่ไม่รู้จะทำอะไร

หลาย ๆ คนที่ทำงานประจำและเก็บเงินก้อนได้ก้อนหนึ่งแล้วก็มีความฝันอยากประกอบกิจการเป็นของตนเอง แต่แล้วคำถามที่หนีไม่พ้นก็คือ “แล้วจะทำธุรกิจอะไรดี?” ผมอยากแนะนำว่าให้เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณชื่นชอบก่อนแล้วค่อยสำรวจตลาดว่าในอุตสาหกรรมที่คุณมีความชื่นชอบส่วนตัวนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มีการแข่งขันสูงไหม หรือยังเป็นตลาดที่ไม่ค่อยมีคนทำ หรือถ้าไม่มีไอเดียก็ให้ลองพิจารณาธุรกิจค้า-ขายออนไลน์ซึ่งสามารถทำการตลาดได้ง่าย แต่ที่สำคัญคุณต้องมีความรู้ประมาณนึงก่อนที่จะเริ่มหรือมีความชอบส่วนตัวที่เป็นทุนเดิม ผมขอยกตัวอย่างเลยง่าย ๆ อย่างโปรเจ็กเล็ก ๆ MYSEO Project ของผมอันนี้ก็เกิดขึ้นมาจากความชอบส่วนตัวครับ ผมมีความหลงใหลในการทำ SEO อย่างมากเลยค่อย ๆ สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ขึ้น ผมเริ่มต้นด้วยการเปิด Facebook Page “ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์” แล้วจึงตามมาด้วยการทำเว็บไซต์ครับ

ธุรกิจเล็ก ๆ สามารถทำที่บ้านได้มีอะไรบ้าง?

ผู้อ่านหลาย ๆ คนคงฝันอยากมีกิจการเล็ก ๆ เป็นของตัวเองและอยู่ในพื้นที่ส่วนตัว ผมอาจจะให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับทุก ๆ คน ไม่ได้มากนักแต่ในความคิดของผมคือ ถ้าผมมีพื้นที่ว่างในบ้านของผมและอยู่ในย่านชุมชน ผมว่าคุณที่อ่านบทความนี้อยู่ก็น่าจะคิดเหมือนกันกับผมคือ โลเคชั่นเหมาะกับการทำร้านกาแฟ ร้านค้า-ขาย ร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งอาจจะเป็นที่พัก โฮลเทล (Hostel) เล็ก ๆ ได้ถ้ามีพื้นที่เพียงพอ ผมว่าคำแนะนำที่ดีนั้นน่าจะขึ้นอยู่กับมุมที่คุณมองมากกว่าว่าอยากให้ธุรกิจดำเนินไปในแนวทิศทางไหน ต้องการให้ธุรกิจสร้างรายได้มากมายเป็นกอบเป็นกำไหม? หรือต้องการใช้พื้นที่ที่ว่างให้เกิดประโยชน์? หรือบางคนก็อาจจะทำธุรกิจที่บ้านเพื่อได้เป็นการอยู่กับครอบครัวครับ

บทสรุป

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางทั้ง 6 ข้อคิดนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้ประกอบการและนักธุรกิจทุกท่านในการเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ครับ

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความนี้
เลือกหัวข้ออ่าน
ค้นหาความรู้อื่น
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

Picture of ธีรภาพ (อาร์ท)
ธีรภาพ (อาร์ท)

ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SEO และการตลาดออนไลน์ด้าน Social Media Marketing, Content Marketing, และ PPC ผมมีประสบการณ์ในการทำงานทางด้าน Digital Marketing เกือบ 5 ปี เป็นตัวแทนเครื่องมือ SEO ยอดนิยมระดับโลกอย่าง Semrush (เรียกว่า Semrush Ambassador) และยังมีใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ จาก Google และ Semrush อีกด้วย

สนใจบริการ MYSEO ติดต่อผม ได้เลย
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

บทความอื่น ๆ
EEAT คืออะไรสำคัญอย่างไรกับการทำ SEO
E-E-A-T คืออะไร? หลักการทำ SEO ที่ทำให้ผู้ใช้ชอบและโดนใจ Google

E-E-A-T คืออะไร? ในบทความนี้ผมจะอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของหลักการ E-E-A-T ในการทำ SEO เพื่อเป็นการหวังผลในระยะยาวของการสร้าง Content

อ่านเพิ่มเติม