ทำไมธุรกิจต้องมีเว็บไซต์: 8 เหตุผลไขข้อสงสัย

เว็บไซต์ต่างจาก Social Media อย่างไร ทำไมมีความสำคัญ
เว็บไซต์นับว่าเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์หนึ่งแพลตฟอร์มที่คนทำธุรกิจไม่ควรมองข้ามเพราะมีความสำคัญมากสามารถทำให้ธุรกิจของคุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ค้นหาทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ต การมีแค่หน้าร้านหรือเพจ Social Media อาจไม่เพียงพออีกต่อไป หลายคนอาจคิดว่าการมีเพจ Facebook หรือช่อง TikTok ก็เพียงพอแล้ว แต่ความจริงแล้ว เว็บไซต์ (Website) คือหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจในปัจจุบัน เปรียบเสมือนบ้านหลักของเราในโลกออนไลน์ที่ใคร ๆ ก็สามารถแวะเข้ามาเยี่ยมชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง และนี่คือ 8 เหตุผลง่าย ๆ ที่ผมจะบอกคุณว่าทำไมการสร้างเว็บไซต์จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการการตลาดออนไลน์เพื่อธุรกิจของคุณ

เลือกหัวข้ออ่าน

1. เว็บไซต์คือ "หน้าร้าน" ออนไลน์

เว็บไซต์เปรียบเสมือนหน้าบ้านหรือหน้าร้านที่ชัดเจน มีชื่อร้าน มีรายละเอียดสินค้า-บริการ มีคอนแทคการติดต่อ คุณลองคิดดูถ้าธุรกิจไม่มีหน้าร้านมีแต่ฝากร้านค้าอื่น ๆ ขาย (ในที่นี้หมายถึงแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่เว็บไซต์) ร้านค้านั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง คุณจะกล้าซื้อมั้ย?  เว็บไซต์คือหน้าร้านที่บอกว่าธุรกิจของคุณมีตัวตนอยู่จริง สร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ในทันทีซึ่งต่างกับแพลตฟอร์ม Social Media อื่น ๆ เพราะบนเว็บไซต์คุณสามารถกำหนดและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้ เป็นแพลตฟอร์มที่มีน้ำหนักความน่าเชื่อถือกว่าแค่ช่อง Social Media ของคุณครับ

2. สร้างความน่าเชื่อถือแบบมืออาชีพ

การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองช่วยให้ธุรกิจของคุณดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้ามากกว่าการมีแค่เพจ Social Media เพียงอย่างเดียว แสดงให้เห็นว่าคุณจริงจังกับการทำธุรกิจ พร้อมให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นทางการซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกใช้บริการหรือซื้อสินค้าของคุณ

3. ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้า-บริการได้ตลอด 24 ชม.

เว็บไซต์คือเครื่องมือช่วยขายและรับจองบริการของคุณที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าหรือจองคิวได้แม้จะเป็นเวลานอกทำการ ในปัจจุบันโปรแกรมสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปสำหรับขายของออนไลน์ (E-Commerce Website Builders) ช่วยให้การสร้าง “ร้านค้าหรือเพิ่มระบบจอง” เป็นเรื่องง่ายมากโดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องการเขียนโค้ดเลย (Coding) สิ่งที่คุณต้องทำคือการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” ให้พร้อมแล้วทำการเชื่อมต่อกับระบบ Payment Gateway หรือระบบการรับชำระเงินออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเครดิตการ์ดหรือ การแสกน QR Code ก็จะทำให้เว็บไซต์ของคุณมีระบบการ ซื้อ-ขาย ที่สมบูรณ์มากขึ้น ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการเชื่อมต่อ Payment Gateway เยอะมากมายเช่น การบริการของธนาคารต่าง ๆ, OMISE, 2C2P, Xendit ฯลฯ 

4. เป็นศูนย์กลางการตลาดออนไลน์

ไม่ว่าคุณจะโปรโมตหรือสร้าง Content ผ่าน Facebook, TikTok หรือช่องทางไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วคุณสามารถดึงลูกค้าทุกคนกลับมาที่เว็บไซต์ของคุณได้ ที่นี่คุณสามารถให้ข้อมูลเชิงลึก, เล่าเรื่องราวของแบรนด์, นำเสนอสินค้าได้เต็มรูปแบบ และที่สำคัญคือคุณเป็นเจ้าของพื้นที่ 100% ซึ่งแปลว่าไม่มีใครสามารถกำหนดขอบเขตในการออกแบบหน้าร้านของคุณได้ และไม่ต้องกลัวว่าจะโดนปิดเว็บไซต์ (ยกเว้นธุรกิจที่ผิดกฎหมาย)

โต๊ะทำงานออฟฟิศที่กำลังมีการออกแบบเว็บไซต์

5. เป็นจุดเริ่มต้นในการลงทุน SEO เพื่อผลลัพธ์อย่างยั่งยืน

ทุกคนทราบกันดีว่าผู้คนมักค้นหาสินค้าและบริการบนเครื่องมือค้นหา (Search Engine) อย่าง Google การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือค้นหา หรือ SEO (Search Engine Optimization) จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณปรากฏขึ้นบนหน้าผลลัพธ์การค้นหาเหล่านั้น (SERPs) ไม่ว่าจะเป็นการติดอันดับต้น ๆ บนหน้าแรก การติดใน AI Search หรือแม้กระทั่งการถูกกล่าวถึง (Mentionned) ใน AI-Overview SEO เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดโดยรวมของคุณ มันเหมือนกับการติดตั้งป้ายบอกทางที่จะนำพาผู้คนมายังธุรกิจของคุณ ยิ่งเว็บไซต์ของคุณมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีโอกาสที่เว็บไซต์จะปรากฏขึ้นเมื่อมีคนค้นหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณนำเสนอ สิ่งนี้อาจฟังดูยุ่งยากซับซ้อนแต่ข่าวดีก็คือคุณไม่จำเป็นต้องจัดการเรื่อง SEO ด้วยตัวคนเดียว ปัจจุบันมีผู้ให้บริการรับทำ SEO หรือให้คำปรึกษาซึ่งมีตั้งแต่เป็นฟรีแลนซ์รับทำคนเดียวไปจนถึงเอเจนซี่ทางการตลาด ผมสามารถพูดได้อย่างเต็มปากได้เลยกว่าการสร้างเว็บไซต์นับเป็นแต้มต่อให้คุณสามารถทำการตลาด SEO แบบยั่งยืนได้ในอนาคต

6. เป็นตัวช่วยกระตุ้นการทำ Local SEO

สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านการทำ Local SEO เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถนำเว็บไซต์ของคุณมาเชื่อมต่อกับ Google Business Profile (โปรไฟล์ธุรกิจบน Google) และ Google Maps ได้ซึ่งจะช่วยในเรื่องการจัดอันดับหมุด Google Maps ให้ดีขึ้น เมื่อมีคนค้นหาร้านค้าประเภทเดียวกับคุณในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น “ร้านกาแฟใกล้ฉัน” ชื่อร้านของคุณพร้อมตำแหน่งบนแผนที่จะแสดงขึ้นมาทันทีซึ่งอาจอยู่ในอันดับที่ดีกว่าเพราะมีการเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับหมุด Google Maps ของคุณ ทำให้ลูกค้าเดินทางมาที่ร้านได้สะดวกขึ้น เพิ่มโอกาสในการขายหน้าร้านได้โดยตรง 

7. เก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ต่อยอดธุรกิจ

เว็บไซต์ของคุณสามารถติดตั้งเครื่องมืออย่าง Google Analytics 4 เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมได้ เช่น พวกเขาสนใจสินค้าหน้าไหนเป็นพิเศษ มาจากช่องทางใด และใช้เวลาดูนานเท่าไหร่ ข้อมูลเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าที่อยู่บนเว็บไซต์ และสามารถนำไปวางแผน การตลาดออนไลน์ให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต

8. แสดงข้อมูลธุรกิจได้ครบถ้วน และยั่งยืนถาวร

บน Social Media ไม่ว่าจะเป็น Facebook, TikTok, หรือ Instagram โพสต์ต่าง ๆ อาจจะเลื่อนหายไปตามเวลา แต่บนเว็บไซต์คุณสามารถจัดเรียงข้อมูลได้อย่างเป็นระเบียบและถาวร ไม่ว่าจะเป็นแคตตาล็อกสินค้า, ราคา, โปรโมชั่น, รีวิวจากลูกค้า หรือข้อมูลติดต่อ ลูกค้าสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็วบนเว็บไซต์ของคุณครับ

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQ)

หากมีเพจ Facebook อยู่แล้ว จำเป็นต้องมีเว็บไซต์ธุรกิจอีกหรือเปล่า

คำตอบคือแล้วแต่คุณจะพิจารณาครับ ไม่มีคำตอบตายตัว การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของคุณโดยพึ่งพา Facebook เพียงอย่างเดียว (หรือ Social Media ช่องทางใดก็ตาม) ก็เปรียบเสมือนการสร้างบ้านบนที่ดินเช่า ลองนึกภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อสัญญาเช่าของคุณหมดลง หรือเมื่อผู้ให้เช่าตัดสินใจไม่ให้คุณอยู่ต่อ จริงอยู่ที่ Facebook ใช้งานได้ฟรี ตั้งค่าได้ง่าย และเป็นที่ที่ลูกค้าของคุณใช้เวลาอยู่ แม้ว่ามันจะช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับผู้คนได้ แต่มันก็มาพร้อมกับข้อจำกัด คุณไม่สามารถควบคุมรูปแบบการนำเสนอธุรกิจของคุณได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากคุณไม่สามารถปรับแต่งหน้าตาของเพจได้ตามต้องการ นอกจากนี้ คุณยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโพสต์ของคุณจะไปปรากฏบนหน้าฟีดของผู้คนหรือไม่ เพราะคุณต้องขึ้นอยู่กับอัลกอริทึม (Algorithm) ของ Facebook เท่านั้น อีกทั้งในปัจจุบันมีคนอ่านรีวิวบน Facebook น้อยลง ซึ่งรีวิวมีผลอย่างมากต่อกระบวนการตัดสินใจของลูกค้า ดังนั้น หากมีคนเห็นรีวิวน้อยลง โอกาสที่สินค้าของคุณจะขายได้ก็น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น แม้ว่า Facebook จะเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยม แต่มันก็ไม่ควรเป็นช่องทางเพียงหนึ่งเดียวของคุณ

สามารถออกแบบเว็บไซต์ได้ตามแบบที่ต้องการใช่หรือไม่?

ใช่ครับ ในปัจจุบันนี้มีโปรแกรมสำเร็จรูปในการเขียนเว็บไซต์โดยไม่ต้องเขียน Code ขึ้นมา ตัวอย่างที่ผมจะยกให้ดูง่าย ๆ เลยครับ อย่างผมตอนนี้ผมก็สร้างเว็บไซต์ของผมขึ้นมาเองและออกแบบดีไซน์ในรูปแบบที่ผมต้องการ การใช้งานของโปรแกรมสำเร็จรูปในการออกแบบเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า  CMS (Content Management System) มีความง่ายดาย ตัวเลือกที่ผมใช้คือ WordPress อีกทั้งผมยังสามารถติดตั้งปลั๊กอิน (Plug-In) ต่าง ๆ เพิ่มเติมเพื่อการใช้งานที่หลากหลายวัตถุประสงค์มากขึ้นครับ ฉะนั้นคำตอบคือใช่ครับ

ราคาในการสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองมีค่าใช้จ่ายแพงไหม?

ไม่เลยครับ ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่คุณจะต้องเสียเบื้องต้นเวลาที่ต้องการสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองด้วยการใช้ CMS อย่าง WordPress จะมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นคือค่าเช่าโฮสต์ติ้ง (Hosting) กับค่าจดโดนเมน (Domain) ซึ่ง 2 สิ่งนี้รวมกันอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาทต่อปีครับ ทีนี้พอคุณใช้ WordPress แล้วคุณอาจจะอยากได้ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณเขียนเว็บไซต์ได้ในแบบที่คุณต้องการ คุณก็จะมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเครื่องมือเหล่านั้่นซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีค่าบริการแบบรายเดือน หรือรายปีแล้วแต่จะชำระครับ ถ้าให้ยกตัวอย่างแล้วเว็บที่ผมสร้างมีการติดตั้งปลั๊กอินเพิ่มเพื่อการทำ SEO และการดีไซน์เว็บ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นผมจ่ายเพิ่มไปอีกประมาณ 6,000 ต่อปีครับ เบ็ดเสร็จผมจ่ายไปทั้งสิ้นประมาณเกือบ 10,000 บาทครับ อันนี้เป็นค่าบริการแบบรายปีนะครับ แต่สิ่งที่คุณได้คือเว็บไซต์ที่คุณดีไซน์เองได้ตามแบบที่คุณต้องการทั้งเรื่องสี การจัดวางตำแหน่ง การทำคอนเท้นท์บทความ (Blog Content) ผมถือว่าคุ้มค่ากับการลงทุนครับ

บทสรุป

ความคิดส่วนตัวของผม ผมมองว่าการที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งมีหน้าเว็บไซต์เป็นของตนเองและไม่ได้พึ่งพาการเปิดช่องทาง Social Media ช่องทางใดช่องทางหนึ่งถือว่าเป็นผลดีมากกว่าผลเสียครับ สิ่งหนึ่งที่การันตีได้เลยว่าการมีเว็บไซต์ดีคือการได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้าหรือกลุ่มที่อาจจะเป็นลูกค้าของคุณครับส่วนในเรื่องค่าใช้จ่ายในการสร้างเว็บไซต์ด้วยตนเองอาจจะดูเหมือนแพงแต่ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมาผมว่าคุ้มค่ามากกว่าการพึ่งพา Social Media แค่ช่องทางเดียวแล้วยิงแอดไปเรื่อย ๆ ทุกเดือนครับ

แหล่งอ้างอิง

แชร์บทความนี้
เลือกหัวข้ออ่าน
ค้นหาความรู้อื่น
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

Picture of ธีรภาพ (อาร์ท)
ธีรภาพ (อาร์ท)

ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้าน SEO และการตลาดออนไลน์ด้าน Social Media Marketing, Content Marketing, และ PPC ผมมีประสบการณ์ในการทำงานทางด้าน Digital Marketing เกือบ 5 ปี เป็นตัวแทนเครื่องมือ SEO ยอดนิยมระดับโลกอย่าง Semrush (เรียกว่า Semrush Ambassador) และยังมีใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ จาก Google และ Semrush อีกด้วย

สนใจบริการ MYSEO ติดต่อผม ได้เลย
สมัครรับข้อมูลและความรู้ ฟรี

บทความอื่น ๆ
EEAT คืออะไรสำคัญอย่างไรกับการทำ SEO
E-E-A-T คืออะไร? หลักการทำ SEO ที่ทำให้ผู้ใช้ชอบและโดนใจ Google

E-E-A-T คืออะไร? ในบทความนี้ผมจะอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของหลักการ E-E-A-T ในการทำ SEO เพื่อเป็นการหวังผลในระยะยาวของการสร้าง Content

อ่านเพิ่มเติม